วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

How to Overcome Laziness


So we need to overcome laziness. While I can't say that I've been completely successful in overcoming it, I'm happy with my progress. Here're 16 tips I find useful to overcome laziness

1. Exercise

You could feel lazy if you do not have enough energy to do your activities. Exercising is a good way to increase your energy level so that you feel energized and alert throughout day.

2. Have a good rest

Not having enough rest could also make you lazy. How can you feel enthusiastic if you are sleepy? So make sure that you have good rest.

3. Set a minimum time limit to get started

The most difficult thing is to get started - the rest will be easier. So set a small amount of time, like 15 minutes or even 5 minutes, and decide to work on the task until the time is up. After that, it would be easier to decide to continue.

4. Create a sense of urgency

This is among the most effective ways to defeat laziness. If you have a sense of urgency, it will be much easier to get up and do what you need to do. One way to create a sense of urgency is by setting a deadline. You can read more about it on my article about sense of urgency.

5. Look at the benefits

One reason we become lazy is because we only see the difficulties of the tasks ahead without thinking about the benefits we will get when we finish them. So focus your mind on the benefits instead of the difficulties.

6. Set a reward for yourself

If the benefits are too far in the future, they might not be strong enough to motivate you to act now. In such cases, you can give yourself a more immediate reward. You may allow yourself to eat your favorite meal or watch a movie as your reward for completing the tasks.

7. Think about what will happen if you don’t do it

While thinking about the benefits can motivate you, thinking about the disadvantages if you do not do the tasks can also motivate you. What are the consequences if you do not do what you are supposed to do?

8. Find partners

Partners can motivate you to overcome laziness. While inner motivation is the best, sometimes we also need motivation from the outside.

9. Aim to minimize idle time

Make it your resolution to minimize idle time. Try to be in the state of doing as often as possible. If you have this mindset, it will be easier to overcome laziness.

10. Divide the task into manageable chunks

We could be lazy if we feel overwhelmed by the scale of the task. In such cases, divide the task into manageable chunks, and then tackle them one by one. Remember, the way to eat an elephant is by taking one small bite at a time.

11. Decide what the next physical action is

We may procrastinate because we are not sure what to do next. So look at the task and decide what the next physical action is. Once you know exactly what to do, it will be easier to start.

12. Do one thing at a time

It may seem obvious, but we could be lazy because we try to do more than one thing at a time. That makes us feel overwhelmed. So select just one thing at a time, do it, and ignore the rest.

13. Challenge yourself

Make the tasks fun by turning them into a challenge. Can youaccomplish those tasks? Many people can, so why can’t you?

14. Write down your progress

You will be more motivated if you can easily see the effect of laziness. One way to do that is by tracking your progress daily. Put a mark whenever you complete a task. Laziness will give you an empty sheet, and you can easily see how bad it is.

15. Watch other people’s progress

Knowing how far behind you are compared to other people could also motivate you. Watch good performers in your field and let their performance inspire you.

16. Align yourself with what matters to you

While all the tips above can help you, it will be much easier to overcome laziness if you do something that matters to you. You will have the burning fire within that make you want to act. So find a cause that matters to you and align yourself as much as possible with it.

source: http://www.lifeoptimizer.org/2008/02/21/16-powerful-tips-to-overcome-laziness/ by Donald Latumahina

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ความคิดในเรื่องความรัก - คนที่ใช่หรือคนที่ชอบ

เพื่อนผม เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง เธอหน้าตาดี เราเรียนจบมาในคณะเดียวกัน หลังจากเรียนจบมาได้ ปีกว่าๆ ผมก็ได้รับการ์ดเชิญไปงานแต่ง
วันแต่งงานของเธอ เธอดูสวยและสดใสเหมือนเดิม ดูท่าแล้วเธอคงจะเจอเนื้อคู่ ตามที่เธอใฝ่ฝันไว้แล้วจริงๆ เพื่อนสาวในกลุ่มของเธอถึงกับตาร้อนพ่าว อยากออกเย้าออกเรือนเหมือนกับเธอบ้าง

ผ่านไปได้เกือบปีกว่าๆ ผมก็ได้ข่าวว่า เธอได้คลอดลูกแล้ว พวกเพื่อนๆ รวมทั้งผม ก็ได้ตามไปเยี่ยมเธอที่บ้าน เธอคงเป็นคนโชคดีคนหนึ่งที่ผมเห็น เพราะทั้งสามีและครอบครัวของเธอ ดูมีความสุขกันถ้วนหน้า

เพื่อนๆ ต่างล้อเธอว่า เธอเหมือนถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 เพราะเธอได้สามีที่แสนดี ผมเองก็รู้สึกเช่นนั้น เพราะมันช่างแตกต่างจากหลายๆ คู่ที่ผมเคยได้ยินมา

เวลาผ่านไปอีกปีกว่าๆ เช่นเคย ผมก็ได้รับข่าวว่าเธอคลอดลูกแล้วอีกคน ชีวิตเธอทำเอาผมเริ่มรู้สึกอยากมีชีวิตคู่ขึ้นมาทันที ผมไปเยี่ยมเธอเหมือนครั้งที่แล้ว แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ดูเธอมีความสุขที่ได้แต่งงานกับผู้ชายคนนี้ เธอเองก็บอกกับผมเช่นนั้น ชีวิตครอบครัวของเธอลงตัวกันได้อย่างดี

สองปีผ่านไป เพื่อนในกลุ่มของเราแต่งงาน ผมได้เจอเธออีกครั้งในงานแต่งนี้ หลังเลิกจากงาน ผมอาสาพาเธอไปส่งบ้าน ตลอดเส้นทางเธอทำให้ทัศนคติของผมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

เธอได้เอ่ยคุยถึงเรื่องครอบครัว ผมบอกว่าเธอโชคดีที่ได้สามีคนนี้ แล้วเธอก็บอกกับผมว่า

ไม่มีใครดีที่สุด ทุกคนย่อมมีข้อเสียและข้อดีแตกต่างกัน เขาก็มีข้อเสีย เราก็มีข้อเสีย แต่เมื่อแต่งงานกันแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคู่อยู่ได้คือ การให้อภัย และ การปล่อยวาง

ไม่ใช่เธอไม่เคยเจอเรื่องที่ไม่พอใจ เพียงแต่เธอไม่ทำให้เป็นเรื่องมากกว่า ผมก็แอบชื่นชมเธออยู่ในใจ สักพักเธอก็พูดขึ้นมาว่า

รู้ไหมแก บางครั้งฉันยังแอบคิดถึง คนที่ฉันเคยแอบรักเขาอยู่เลย ยังคงแอบคิดถึงอยู่เป็นประจำ

แต่แกรู้ไหม ฉันรู้ดีว่า คนที่ฉันรักมันไม่ใช่คนที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย ผมทำหน้างงๆ เธอยิ้มแล้วพูดต่อว่า

คนที่เรารักบางครั้งอาจไม่เหมาะที่จะมาใช้ชีวิตอยู่คู่กับเรา เขาเหมาะเพียงแค่ให้เราได้ แอบรัก แอบคิดถึง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรารู้ดีว่าคนที่จะอยู่กับเราได้นั้นต้องเป็นยังงัย

ฉันเองก็เลือกถูกต้องแล้ว ชีวิตคู่สมัยนี้คิดแต่ จะเลือกเฉพาะคนที่เรารัก แต่ไม่ได้มองว่าเขากับเราจะเข้ากันได้ไหม เขาเป็นคนยังงัย จนกระทั้งอยู่ด้วยกันจริงๆ

เมื่อความรักหายไป ความเป็นตัวตนที่แท้จริงก็ออกมา อะไรที่ทำแต่ก่อนไม่เคยสนใจ เดี๋ยวนี้นิดหน่อยก็ขัดหูขัดตา แล้วก็มาจบลงด้วยการหย่าร้าง

แกเชื่อเถอะว่า เมื่ออยู่ด้วยกันนานๆ แล้ว ความรักมักมาช้ากว่าอย่างอื่นเสมอๆ

หากเราจะเลือกใครเป็นคู่ชีวิตสักคน เราควรจะมองเขาให้มากกว่าความรัก

ผมขับรถมาถึงหน้าบ้านเธอพอดี สามีเธอออกมารับ สองคนพากันเข้าบ้าน ดูความรักของเธอและครอบครัวก็อบอุ่นดี

หลังจากผมขับรถกลับ ผมก็คิดได้ทันทีว่า บ่อยครั้งคนที่อยู่เคียงข้างผมมักถามผมว่า เมื่อไหร่จะแต่งงานสะที

แต่ผมกับคิดถึงแต่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ผมแอบหลงรัก จนลืมความจริงไปว่า เราควรอยู่กับสิ่งที่ใช่มากกว่าพยายามเรียกร้องหาสิ่งที่เป็นเพียงความว่างเปล่า

คำพูดของเธอทำให้ผมมองชีวิตคู่เปลี่ยนไป และเปิดใจรับกับการแต่งงานมากขึ้น จนกระทั้งวันนี้ ผมมีลูกแล้วสองคน

แล้วคุณล่ะ จะเลือก คนที่ใช่ หรือว่า คนที่ชอบ!!

*****************************************

credit: Fwd mail อีกแล้วครับท่าน แต่มีประเด็นที่น่าคิดมากๆ
จะเลือกคนที่ใช่หรือคนที่ชอบ??!!

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ฝึกคุยจิ๊จ๊ะให้เป็นสาวร่าเริง เพลินตลอด

หลายคนบ่นเหงา เพื่อนไม่ว่าง แฟนยังไม่มี มองไปรอบๆตัวแล้วจะรู้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกสักหน่อย แต่ต้องรู้จักลิมิตความพอดี ไม่ใช่พูดเรื่อยเปื่อยจนใครๆรู็สึกรำคาญ หัดฟังซะบ้าง บางครั้งอาจได้แง่คิดดีๆสอนใจจากป้าขายบะหมีแถวบ้านแบบคาดไม่ถึงก็ได้

1. ฝึกทักทายคนที่ไม่รู้จัก
ทำงานที่เดียวกัน จำหน้าได้หรือรู้ชื่อเขาแล้ว ไม่คิดจะผูกมิตรบ้างเลยเหรอ อย่างเวลาที่คุณเดินมาตอนเช้าเข้าลิฟท์พร้อมกับเขา ทักทายกันหน่อย "สวัสดีค่ะพี่ ขับรถมาติดมั้ยคะ?" คุยเรื่องทั่วๆไป ถ้าเรารู้ว่าเขาทำงานด้านไหน อาจจะคุยสิ่งที่เขาชำนาญ นี่ไม่ใช่เม้าท์ไร้สาระแล้วนะเนี่ย

2. อ่านทุกอย่างในโลก
แต่ละคนมีความสนใจไม่เหมือนกัน เราจะเอาเรื่องของเราไปคุยอยู่ฝ่ายเดียวคงไม่มีใครทนฟังได้ตลอด พอเรารู้ตรงกับเรื่องที่เขาชอบ อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า เช่น หนังสือทำอาหาร หนังสือพิมพ์ นิตยสาร แผ่นพับ แผนที่หรือแคตตาล๊อก ทุกตัวอักษรเป็นคลังความรู้ในสมองเราเสมอ

3. ออกไปพบประชาชน
เวลาอยู่ในสถานการณ์ที่มีแต่คนไม่รู้จัก ลองหันไปคุยเล็กๆน้อยๆกับคนข้างๆ เช่น พาแมวไปคลินิก เห็นหมาน้อยข้างๆ ส่งสายตาน่าสงสารก็ชวนเจ้าของคุยว่ามันไปโดนอะไรมาคะ หายเร็วๆนะจ้ะ ตามประสาคนรักสัตว์ใจดี หรือน่าไปตามงานปาร์ตี้ที่ได้เจอคนใหม่ๆดู

4. สูงสุดคืนสู่สามัญได้ง่ายๆ
เปิดใจรับทุกอย่าง ดูตั้งแต่ละครหลังข่าวไปจนถึงเวทีระดับบรอดเวย์ รวมทั้งดนตรีฟังทุกแนว คนดังในแฟชั่นและกีฬา เป็นประเด็นที่คุยได้ตลอด แต่ขอแนะนำว่าอย่าไปบอกว่าเกลียดหรือชอบอะไร คุยไปกว้างๆเพราะทีมที่เราไม่ชอบเขาอาจเป็นแฟนคลับอยู่ก็ได้

5. เขียนเรื่องราวต่างๆเก็บไว้
หาสมุดเปล่าๆมานั่งเขียนเรื่องขำๆที่ได้ยินมา เรื่องดีๆที่มีคนเล่าให้ฟังแล้วได้ข้อคิด คำพูดวาทะเด็ดๆ หรือสิ่งที่คุณเห็นมากับตาแบบใหม่ๆ คุณอาจบ่นว่ากำลังตกงาน อาจจะมีคนที่แนะนำลู่ทางดีๆที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ ผ่านไปเป็นปีรวมเล่มทำพ๊อคเก็ตบุ๊คได้เลย

6. เป็นคนฟังที่ใจเย็นขึ้น
คุณพร้อมแล้วที่จะหยุดพูดแล้วเงียบฟังสิ่งที่อีกคนอยากจะพูดหรือเล่าออกมา จากคุยเรื่องเล็กๆธรรมดาทั่วไปกลายเป็นลงลึกถึงปัญหาที่อยู่ในใจของเขา บางทีคุณไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ร้อยแปด แค่ให้เขาได้ระบาย นี่ล่ะศิราณีชั้นเซียนแบบไม่ต้องค้นอารมณ์เลย

ที่มา: Cleo June 2009

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ได้ของดีเพิ่มเติม

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปฟังธรรมที่บ้านอารีย์ โดยพระอาจารย์ธีระธัมโม จากวัดโพธิญาณาราม ประเทศนิวซีแลนด์ ท่านเป็นพระที่พูดภาษาไทยไม่ชัดเลย พูดภาษาไทยกับท่าน ถ้าพูดเร็วไป หรือศัพท์ยากหน่อย ท่านก็จะไม่เข้าใจ ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ท่านฟัง ท่านก็เทศน์เรื่องการดูจิต การรู้ตัว คล้ายๆกับหลวงพ่อปราโมทย์อ่ะ

เราไปด้วยความบังเอิญ เนื่องจากคุยกับเพื่อนว่าจะไปเอาซีดี เลยนัดกันที่นี่ ไปถึงก็เห็นพระอาจารย์กำลังเทศน์ เลยได้มีโอกาสฟังเทศน์และถามคำถามท่าน .... เป็นความโชคดีที่ได้ของดีเลย
ถามท่านไป เวลาดูจิตแล้วอึดอัด เบื่อๆอึดอัด ไม่ดูก็เบื่อ ดูก็รู้สึกไม่ดี จะทำยังไงดี ..... ท่านแนะนำประมาณว่า เวลาดูจิต ต้องดูด้วยจิตที่เบิกบาน ใช้จิตที่เป็นลบดูไม่ได้ ใช้ไม่ได้ ..... สรุปคือเราต้องทำให้จิตเบิกบานก่อนแล้วค่อยตามดูตามรู้

ดีเหมือนกันนะ เมื่อก่อนเราไม่กล้าทำอะไรเลย ดูรู้ไปทื่อๆ อย่างเก่งก้อรู้ว่าไม่เป็นกลาง แค่นั้นเอง แล้วก้อยังดูต่อไป ไม่กล้าปรุงแต่ง ..... แต่เราว่า แต่งซักนิดคงไม่เป็นไรมั้ง ไม่รู้เหมือนกัน คงต้องลองไปส่งการบ้านหลวงพ่อซักที เพราะที่ฝึกๆมา ทำเองมั่วๆจากการฟังซีดี คิดเองทำเองล้วนๆ ผิดถูกแค่ไหนก้อไม่รู้ อืมๆๆๆ จะไปเมื่อไหร่ดีล่ะ อยากไปแบบถามได้เยอะๆ คงต้องไปวันธรรมดาแล้วล่ะถึงจะดี

ดูดิ ตอนนี้ใจหลงคิดกับเรื่องการฝึก การคิดอยากจะถาม ก็ดีนะ เพราะทำให้ความเบื่อความอึดอัดก่อนหน้านี้หายไปเลยอ่ะ :)

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ปัญหาโลกแตก - สามีมีเมียน้อย

วันนี้มีเพื่อนโทรมาแต่เช้า ปรากฎว่าจับได้ว่าสามีไปมีกิ๊ก ทั้งๆที่มีลูกด้วยกันแล้ว ฟังแล้วสงสารเพื่อนมากเลย เข้าใจอารมณ์ที่โดนนอกใจหักหลังเนี่ย มันเจ็บมากขนาดไหน นี่ยิ่งแต่งงานกันและมีลูกกันแล้วด้วย ความเจ็บที่เกิดขึ้นคงมากมายกว่าแค่การเลิกกับแฟนหลายเท่า

ฟังเพื่อนเล่าแล้วรู้เลยอ่ะ ว่าตอนนี้เพื่อนกำลังฟุ้งซ่านสุดๆ จิตใจสับสนปั่นป่วนเหมือนเป็นพายุพักรุนแรงไม่มีหยุด เห็นแล้วเสียดายแทนเพื่อนอีกอย่างด้วยคือ เสียดายที่เพื่อนไม่เคยฝึกทำสมาธิหรือทำวิปัสสนาฝึกสติมาก่อน ถ้าเค้าฝึกมาบ้าง คงช่วยบรรเทาพายุอารมณ์ของเค้าได้ทีเดียว

เห็นแล้วก็เป็นเรื่องจริงเลย ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยคิดถึงธรรมะ หรืออยากฝึกฝนจิตใจเวลาที่ตัวเองปกติดี เพราะประมาท ขี้เกียจ ไม่เห็นความสำคัญ เอาไว้ก่อน .... แต่เวลามีเรื่องขึ้นมา อยากได้สติอยากได้ความสงบ ตอนนั้นก้อทำไม่ทันแล้ว เหมือนคนว่ายน้ำไม่เป็น แต่ไม่เคยฝึก แล้วจะมาฝึกเอาตอนจมน้ำ ถึงตอนนั้นมันก็ไม่ทันแล้วล่ะค่ะคุณผู้อ่านทั้งหลาย

โดยส่วนตัว ยอมรับเลยว่าเข้ามาศึกษาธรรมะเพราะมีความทุกข์ ทุกข์จากการไม่สมหวังในหลายๆเรื่อง ชีวิต การงาน ความรัก ..... เริ่มต้นจากการอ่านๆ เริ่มทำบุญ เข้ามาปฎิบัติธรรม.....แต่พอเข้ามาศึกษาแบบปฎิบัติจริงๆจังๆ รู้เลยว่าได้อะไรกับตัวเองมากมาย ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ต้อง"ปฎิบัติ" ด้วยตัวเองจริงๆ เรียนรู้จากการอ่าน การดู การฟัง ไม่ได้จริงๆ

เคยปรึกษารุ่นพี่ที่นับถือ เวลามีปัญหาจะทำยังไง .... เค้าแนะนำว่า มีอะไรก็ให้ทำๆไป ทำไปโดยที่เห็นว่าควรทำ ไม่ใช่ทำเพราะอยากทำ :)

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552

New start, and a little review: D2 Dusit Pattaya

Well, I think I'll try something new for a change. Will start writing blog in english version once in a while, in case someone randomly come to this blog that's not Thai can understand what the heck I'm talking about!

Ok, most interesting things I can think of now is about traveling! What more do you want than a great escape which and relax your body, mind and soul.

My last trip is about 2 months ago, which is kind of business trip to Pattaya, one of famous city in Thailand for its beachfront, night life and so on. Not good for relax yourself though.

Actually, I don't like the area, but the hotel itself is super cool!!
You can see from the pics which I'm about to show ^^"
Deluxe
Studio
Very hip hotel, with incredible service (of course, with this price, it shouldn't be less than this) It'll be good choice for you if you're looking for hip style decoration with great service, in the center of pattaya night life area and don't mind its price. For me, I prefer some place homie and away from the crowd. But thanks to my company for paying this for me....hahaha