วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ฝึกคุยจิ๊จ๊ะให้เป็นสาวร่าเริง เพลินตลอด

หลายคนบ่นเหงา เพื่อนไม่ว่าง แฟนยังไม่มี มองไปรอบๆตัวแล้วจะรู้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกสักหน่อย แต่ต้องรู้จักลิมิตความพอดี ไม่ใช่พูดเรื่อยเปื่อยจนใครๆรู็สึกรำคาญ หัดฟังซะบ้าง บางครั้งอาจได้แง่คิดดีๆสอนใจจากป้าขายบะหมีแถวบ้านแบบคาดไม่ถึงก็ได้

1. ฝึกทักทายคนที่ไม่รู้จัก
ทำงานที่เดียวกัน จำหน้าได้หรือรู้ชื่อเขาแล้ว ไม่คิดจะผูกมิตรบ้างเลยเหรอ อย่างเวลาที่คุณเดินมาตอนเช้าเข้าลิฟท์พร้อมกับเขา ทักทายกันหน่อย "สวัสดีค่ะพี่ ขับรถมาติดมั้ยคะ?" คุยเรื่องทั่วๆไป ถ้าเรารู้ว่าเขาทำงานด้านไหน อาจจะคุยสิ่งที่เขาชำนาญ นี่ไม่ใช่เม้าท์ไร้สาระแล้วนะเนี่ย

2. อ่านทุกอย่างในโลก
แต่ละคนมีความสนใจไม่เหมือนกัน เราจะเอาเรื่องของเราไปคุยอยู่ฝ่ายเดียวคงไม่มีใครทนฟังได้ตลอด พอเรารู้ตรงกับเรื่องที่เขาชอบ อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า เช่น หนังสือทำอาหาร หนังสือพิมพ์ นิตยสาร แผ่นพับ แผนที่หรือแคตตาล๊อก ทุกตัวอักษรเป็นคลังความรู้ในสมองเราเสมอ

3. ออกไปพบประชาชน
เวลาอยู่ในสถานการณ์ที่มีแต่คนไม่รู้จัก ลองหันไปคุยเล็กๆน้อยๆกับคนข้างๆ เช่น พาแมวไปคลินิก เห็นหมาน้อยข้างๆ ส่งสายตาน่าสงสารก็ชวนเจ้าของคุยว่ามันไปโดนอะไรมาคะ หายเร็วๆนะจ้ะ ตามประสาคนรักสัตว์ใจดี หรือน่าไปตามงานปาร์ตี้ที่ได้เจอคนใหม่ๆดู

4. สูงสุดคืนสู่สามัญได้ง่ายๆ
เปิดใจรับทุกอย่าง ดูตั้งแต่ละครหลังข่าวไปจนถึงเวทีระดับบรอดเวย์ รวมทั้งดนตรีฟังทุกแนว คนดังในแฟชั่นและกีฬา เป็นประเด็นที่คุยได้ตลอด แต่ขอแนะนำว่าอย่าไปบอกว่าเกลียดหรือชอบอะไร คุยไปกว้างๆเพราะทีมที่เราไม่ชอบเขาอาจเป็นแฟนคลับอยู่ก็ได้

5. เขียนเรื่องราวต่างๆเก็บไว้
หาสมุดเปล่าๆมานั่งเขียนเรื่องขำๆที่ได้ยินมา เรื่องดีๆที่มีคนเล่าให้ฟังแล้วได้ข้อคิด คำพูดวาทะเด็ดๆ หรือสิ่งที่คุณเห็นมากับตาแบบใหม่ๆ คุณอาจบ่นว่ากำลังตกงาน อาจจะมีคนที่แนะนำลู่ทางดีๆที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ ผ่านไปเป็นปีรวมเล่มทำพ๊อคเก็ตบุ๊คได้เลย

6. เป็นคนฟังที่ใจเย็นขึ้น
คุณพร้อมแล้วที่จะหยุดพูดแล้วเงียบฟังสิ่งที่อีกคนอยากจะพูดหรือเล่าออกมา จากคุยเรื่องเล็กๆธรรมดาทั่วไปกลายเป็นลงลึกถึงปัญหาที่อยู่ในใจของเขา บางทีคุณไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ร้อยแปด แค่ให้เขาได้ระบาย นี่ล่ะศิราณีชั้นเซียนแบบไม่ต้องค้นอารมณ์เลย

ที่มา: Cleo June 2009

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น